นิทานสอนใจเรื่องชาวนากับงูเห่า

นิทานสอนใจเรื่องชาวนากับงูเห่า

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีนิทานอีสปที่แฝงไปด้วยคติสอนใจดีๆมาฝากกันค่ะ นั่นก็คือ ชาวนากับงูเห่า นั่นเองค่ะ เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะเคยได้ยินได้ฟังนิทานอีสปมาแล้วหลายๆเรื่อง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าทำไมเค้าถึงเรียกกันว่านิทานอีสป อีสปเป็นนักเล่านิทานชาวกรีก ในตำนาน กรีกโบราณ นิทานที่กล่าวว่าเล่าโดย “อีสป” เชื่อกันว่าเป็นนิทานที่รวบรวมมาจากหลายแหล่ง นิทานอีสปได้รับความนิยมแพร่หลายค่ะ และนิทานที่อีสปเล่า นิยมเรียกกันว่า นิทานอีสป ซึ่งเป็นนิทานสอนคนทั่วไปในด้านศีลธรรมโดยใช้สัตว์ต่างๆ เป็นตัวละครนั่นเองค่ะ ดั่งเรื่อง ชาวนากับงูเห่า ที่เราจะนำมาฝากกันในวันนี้นั่นเองค่ะ

maxresdefault (1)

เรื่องมีอยู่ว่า เช้าวันหนึ่งในฤดูหนาว อากาศหนาวเย็นจัด มีชาวนาผู้หนึ่งได้ออกจากบ้านไปทำนาตามปกติ ระหว่างที่เค้าชาวนาผู้นั้นได้ดูเดินสำรวจดูต้นข้าวที่เหลืองอร่ามอยู่นั้น ท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บ ชาวนาได้พบงูเห่าตัวหนึ่งกำลังนอนขดตัวแข็งอยู่ตรงคันนาด้วยความหนาว ตัวมันไม่กระดุกกระดิกเลย ชาวนาได้เฝ้ามองดูงูเห่าตัวนั้นอยู่นานด้วยความรู้สึกสงสารอย่างจับใจ แล้วก็คิดที่จะช่วยเหลืองูเห่าตัวนั้น เมื่อคิดได้ดังนั้นชาวนาจึงค่อยๆจับงูเห่าตัวนั้นขึ้นมาอุ้มไว้อย่างทะนุถนอม เพื่อให้มันได้รับความอบอุ่นจากตัวของชาวนาเอง และลูบไล้ไปตามตัวของงูเห่า เพื่อให้งูเห่าคลายความหนาวลง

ไม่นานนักที่ชาวนาลูบไล้ไปมาบนตัวงูเห่า ความอบอุ่นจากมือของชาวนาช่วยให้งูเห่าตัวนั้นค่อยๆคลายหนาวและเคลื่อนไหวได้ ในที่สุดเมื่องูเห่าตัวนั้นเคลื่อนไหวได้ตามปกติ มันจึงแสดงสันชาตญาณของความเป็นสัตว์เดียรัจฉานออกมา โดยการฉกกัดและพ้นพิษเข้าที่แขนของชาวนาทันที ชาวนาผู้นั้นร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดทุรนทุราย และล้มลงสิ้นใจตายอยู่ตรงนั้นเอง ก่อนตายชาวนาผู้นั้นได้ร้องรำพันออกมาว่า “ทำคุณแก่สัตว์ร้ายมักจะให้โทษแก่เราอย่างนี้แหละหนอ” นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าหวังความกตัญญูจากการช่วยเหลือคนอกตัญญูค่ะ หรือการทำคุณกับคนชั่ว ก็มีแต่จะได้รับความเดือนร้อนนั่นเองค่ะ

บทความยอดนิยม