ลดความเสี่ยงต่อการหลับไม่ตื่นในเด็กทารก ได้อย่างไร

ลดความเสี่ยงต่อการหลับไม่ตื่นในเด็กทารก ได้อย่างไร

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่จะช่วยป้องกันอาการหลับไม่ตื่นในเด็กทารก (Sudden Infant Death Syndrome) ได้ 100% แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวให้กับลูกน้อยได้โดยวิธีการต่อไปนี้

2

จับลูกนอนหงาย

การจับลูกนอนหงายถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการปกป้องลูกน้อยจากอาการหลับไม่ตื่นในเด็กทารก

หลังจากที่สถาบันสุขภาพเด็กและการพัฒนามนุษย์ของอเมริกาได้ออกแคมเปญเพื่อรณรงค์ให้จับลูกนอนหงาย ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากอาการหลับไม่ตื่นในเด็กทารกลดลงประมาณ 50% ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรแจ้งให้ผู้ที่ดูแลเด็ก ญาติพี่น้องและพี่เลี้ยงพยายามจับลูกนอนหงายทุกครั้งที่นอนหลับในช่วงขวบปีแรก เนื่องจากจากงานวิจัยพบว่า การจับลูกนอนคว่ำจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการหลับไม่ตื่นมากขึ้นถึง 1.7 ถึง 12.9 เท่า เมื่อเด็กทารกนอนคว่ำ ลูกจะมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการโอเวอร์ฮีท หยุดหายใจ และสูดหายใจเอาอากาศที่หายใจทิ้งออกมา ทำให้เกิดการขาดออกซิเจน

นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรจับลูกนอนตะแคง เนื่องจากลูกอาจจะพลิกตัวเป็นท่านอนคว่ำได้ง่าย

เมื่อลูกเริ่มแข็งแรงขึ้นพอที่จะพลิกคว่ำได้ด้วยตนเอง คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลมากเกินไปว่าลูกจะยังนอนหงายตลอดคืนหรือไม่ เพียงแค่ตรวจสอบดูบนที่นอนของลูกว่ามีสิ่งใดที่อาจจะไปปิดกั้นการหายใจของลูกหรือเปล่า

หากคุณพ่อคุณแม่รู้สึกกังวลว่า หากจับลูกนอนหงายตลอดเวลาแล้วอาจจะทำให้ศีรษะของลูกผิดรูป เช่น ศีรษะแบน เบี้ยว เป็นต้น คุณพ่อคุณแม่อาจจะจับลูกนอนคว่ำบ้าง แต่เมื่อจับลูกนอนคว่ำแล้ว ควรมีคนดูแลลูกอย่างใกล้ชิด และควรทำขณะที่ลูกตื่น

เลือกใช้ที่นอนและเครื่องนอนที่เหมาะสม

ที่นอนของลูกควรเป็นที่นอนที่ไม่นิ่มยวบจนเกินไป ไม่จำเป็นต้องใช้หมอน หรือวางของเล่นไว้บนที่นอนของลูก และควรระวังเมื่อมีการใช้ผ้าห่มให้ลูกเพราะผ้าห่มอาจจะไปปิดกั้นการหายใจของลูกได้

นอนร่วมห้องกับลูก

การนอนร่วมห้องกับลูกช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการหลับไม่ตื่นในเด็กทารกได้ถึง 50% โดยจับลูกนอนในที่นอนของลูก หรือคลิปที่เอาไว้ติดที่ข้างเตียง ให้ลูกอยู่ในระยะที่คุณพ่อคุณแม่สามารถเอื้อมถึง

หลีกเลี่ยงการนอนในที่มีอุณหภูมิสูงจนเกินไป

ควรดูแลไม่ให้ลูกเกิดอาการโอเวอร์ฮีท หรือร้อนจัด สวมเสื้อผ้าให้ลูกไม่หนาจนเกินไป และหมั่นสังเกตว่าลูกมีเหงื่อออกมากผิดปกติ หรือหัวแฉะหรือไม่

งดการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สิ่งเสพติดระหว่างการตั้งครรภ์

จากงานวิจัยพบว่าการสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการหลับไม่ตื่นในทารก ซึ่งรวมถึงการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สิ่งเสพติดระหว่างการตั้งครรภ์

ให้ลูกอยู่ห่างจากควันบุหรี่

ควรจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านและรถให้ปลอดจากควันบุหรี่ หากมีบุคคลในบ้านยืนกรานที่จะสูบบุหรี่ แนะนำให้สูบบุหรี่ที่บริเวณภายนอกบ้าน เนื่องจากควันบุหรืนั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการหลับไม่ตื่นในเด็กทารก ยิ่งทารกได้รับควันบุหรืมากขึ้นเท่าไหร่ ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

ให้ลูกทานนมแม่

หากคุณแม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้จะเป็นการดีอย่างยิ่ง เนื่องจากจากงานวิจัยพบว่า เด็กทารกที่รับประทานนมแม่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการหลับไม่ตื่นในเด็กทารกได้ถึง 50% และการที่เด็กทารกทานนมแม่อย่างเดียวเป็นเวลา 4 – 6 เดือน สามารถช่วยลดความเสี่ยงลงได้ถึง 70%

ใช้จุกหลอกเมื่อจับลูกนอน

จากงานวิจัยพบว่า เด็กทารกที่ใช้จุกหลอกระหว่างที่จะจับลูกนอนกลางวันและนอนตอนกลางคืนในช่วงขวบปีแรกจะสามารถช่วยลดการเกิดอาการหลับไม่ตื่นในเด็กทารกลงได้ เมื่อลูกหลับแล้วและทำจุกหลอกหลุดออกจากปาก คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องใช้จุกหลอกอีก และควรใช้เมื่อลูกดูดนมจากเต้าของคุณแม่ได้ดีแล้ว ซึ่งโดยปกติแล้วจะดูดนมแม่ได้ดีเมื่ออายุราวๆ 4 สัปดาห์

บทความยอดนิยม