สิทธิประกันสังคมสำหรับคนท้องและการคลอดบุตร

สิทธิประกันสังคมสำหรับคนท้องและการคลอดบุตร

ทุกวันนี้ข้าวของแพงมากขึ้น ครั้นจะมีลูกคนนึงก็ค่าใช้จิปาถะมากมาย คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะยังไม่รู้ว่าทุกเดือนที่ต้องจ่ายค่าประกันสังคมนั้น เราจะได้สิทธิ์ประกันสังคมสำหรับคนท้องและการคลอดบุตรอะไรบ้าง วันนี้แอดมินจะมาสรุปรายละเอียดให้ลองศึกษากันดูคร่าวๆค่ะ เพื่อประโยชน์ในการลดภาระค่าใช้จ่ายต่างๆให้คุณพ่อคุณแม่ค่ะ

7

เงื่อนไขสิทธิ์ประกันสังคมสำหรับการคลอดบุตร

ผู้ประกันตน (จะเป็นสามี หรือภรรยาก็ได้) จะต้องส่งเงินสมทบอย่างน้อย 5 เดือน ภายในช่วง 15 เดือนก่อนการคลอดบุตร หากสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ จะต้องใช้สิทธิ์การเบิกค่าคลอดบุตรรวมกัน ทั้งนี้ จะไม่จำกัดจำนวนบุตร

ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิ์สำหรับคนท้องและการคลอดบุตรอะไรบ้าง

  1. ผู้ประกันตนที่เข้าเงื่อนไขข้างต้นจะสามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้คราวละ 13,000 บาท ต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง
  2. ไม่จำเป็นต้องคลอดที่โรงพยาบาลที่เราสังกัด แต่กรณีที่คลอดโรงพยาบาลนอกสังกัด จะต้องสำรองจ่ายเองไปก่อน
  3. ในกรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และฝ่ายหญิงไม่ได้ทำงาน แต่ฝ่ายชายทำงานและส่งเงินสมทบตามเงื่อนไขก็สามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้
  4. สำหรับกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นข้าราชการ ส่วนอีกฝ่ายเป็นผู้ประกันตน เมื่อเบิกสิทธิ์ข้าราชการไปแล้ว ก็ยังได้รับสิทธิ์คลอดบุตรจากประกันสังคมด้วย
  5. ผู้ประกันตนฝ่ายหญิงมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเมื่อคลอดบุตรเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วัน (ได้สูงสุด 2 ครั้ง กล่าวคือ การคลอดบุตรคนที่ 3 จะไม่ได้ค่ะ)
  6. สามารถเบิกเงินสงเคราะห์บุตรได้เดือนละ 400 บาทต่อบุตรหนึ่งคน (เฉพาะบุตรที่มีอายุ 1 วัน – 6 ปี และไม่รวมบุตรบุญธรรม หรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่น) แต่เงินสงเคราะห์บุตรส่วนนี้จะเบิกได้ไม่เกินจำนวนบุตร 3 คนนะคะ และผู้ประกันตนจะต้องส่งเงินสมทบขั้นต่ำ 6 เดือน ภายในช่วงระยะเวลา 36 เดือนค่ะก่อนคลอดบุตร
  7. เงินสงเคราะห์บุตรไม่สามารถเบิกได้ในกรณีที่บุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ หรือ บุตรเสียชีวิต หรือ เมื่อยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่น หรือ เมื่อขาดจากการเป็นผู้ประกันตน

จะเห็นว่าสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมเมื่อต้องคลอดบุตร และเมื่อบุตรคลอดออกมาแล้ว มีสิทธิประโยชน์ไม่น้อยเลยทีเดียวนะคะ สามารถช่วยลดทอนค่าใช้จ่ายต่างๆให้คุณพ่อคุณแม่ได้พอสมควรทีเดียวเลย ดังนั้น หากใครที่เข้าข่ายที่จะได้รับสิทธิ์ก็อย่าลืมทำเรื่องขอเงินช่วยเหลือตรงนี้กันนะคะ หากมีปัญหาไม่เข้าใจตรงไหน สามารถโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากสายด่วนประกันสังคมที่หมายเลข 1506 จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลและตอบทุกคำถามค่ะ

บทความยอดนิยม